*press F11 for fullscreen/back to normal screen
Location : Rattanathibet Bangkok
Date : July 2010
Post by : www.imperialconcept.net
พวกเราวางแผนที่จะขยายสาขามากว่า 3 ปี เริ่มตะเวนดูที่ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว (2009)
ตอนแรกวางแผนกันไว้ว่าจะเปิดแถวรัชดา ด้วยเสน่ห์และความคึกคักของถนนเส้นนี้
พวกเราคิดว่าน่าจะมีอะไรสนุกๆ นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา
พวกเราใช้เวลาตะเวนหาอยู่หลายเดือน ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ
จนไปเจอที่ผืนนึง เมื่อตอนปลายปีแถวรัตนาธิเบศร์

ทุกคนเห็นแล้วชอบ มีมติเป็นเอกฉันท์
ตกลงกันว่าจะเปิดสาขาที่นี่ก่อนแล้วถ้าเจอที่สวยๆแถวรัชดาเมื่อไหร่ ค่อยเปิดเป็นสาขาต่อไป
พวกเราเริ่มคุยกันถึงคอนเซปท์ของร้าน โดยได้ที่ปรึกษาคู่ใจของผม หม่อมเบิร์ด

เบิร์ดทำงานกับผมมากว่า 10 ปี
ทุกครั้งที่พวกเราไปออกงาน Motorshow หรือ Motor Expo งานออกแบบบู๊ธ ก็ฝีมือเขา
ล่าสุดเรา Renovate สาขาแรก เขาก็มาช่วยออกแบบให้ โดยคิดค่าแรงแบบ ” แล้วแต่จะให้ “
พวกเราให้โจทย์เบิร์ดว่า เราไม่ต้องการร้านแต่งรถ
แต่เราต้องกลิ่นอายของความเป็น Imperial Concept ที่ชัดเจนมากกว่าเดิม
ซึ่งผมรู้ว่าเบิร์ดเข้าใจในสิ่งที่พวกเราต้องการจะสื่อ
พวกเราเสียเวลากับการหาที่มาเยอะ ทำให้แผนขยายสาขาต้องช้ากว่ากำหนดเยอะ
และที่สำคัญค่าเช่าที่เริ่มรัน ตั้งแต่วันทำสัญญา ไม่มีฟรีพรีเลียด
พวกเราถามเบิร์ดว่าทำได้เร็วที่สุดแค่ไหน
เบิร์ดบอกพวกเราว่า “เราจะเสร็จได้ทันตามแผนที่วางไว้ก็ต่อเมื่อ ผมต้ิองทำงานแบบไม่หลับไม่นอน”
ผมได้ยินแล้วรู้สึกเห็นใจมาก ได้แต่กระซิบข้างหูเบิร์ดเบาๆว่า “งั้นอย่าช้า มึงรีบไปทำให้เสร็จ”
เบิร์ดน้ำตาคลอเบ้าด้วย..ความโมโห!!
หลังจากส่งช่างเข้าวัดพื้นที่ เบิร์ดใช้เวลา 3 วันส่งแปลนมาให้ตรวจ มีงานแก้ไขหลายส่วน

อีก 2 วัน เบิร์ดยกโน๊ตบุ๊คมาหาพวกเรา
พร้อมกับมาขึ้นแบบ 3D ให้พวกเราดู เผื่อว่าไม่ชอบส่วนไหนจะได้แก้แบบกันได้ทันที
เบิร์ดบอกกับผมว่า ” ไม่ได้นอนมา 3 วันแล้วเนี่ย!! ”
ผมยิ่งรู้สึกสงสารเบิร์ดจับใจ แต่ทำไงได้ “ประชาชนต้องมาก่อน”
คอนเซปท์ที่เบิร์ดนำมาขายพวกเรา คือ Cubic modular Design

ส่วนตัวผมชอบในความสดใหม่ของดีไซน์ ความรู้สึกที่ไม่จำเจ
แต่สำหรับ Imperial Concept ถ้าใช้ดีไซน์แบบนี้ มันคงขัดแย้งในความเป็นตัวตนของแบรนด์
อีกส่วนนึงที่พวกเราสนใจคือ การวางฟังชั่นในการใช้งาน ( diagram )
โดยการวิเคราะห์และแบ่งพื้นที่การใช้งานทั้งหมดเป็น 12 แบบ

ซึ่งพื้นที่การใช้งานทั้ง 12 แบบนั้น
สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆคือ
Back of the house (พื้นที่ส่วนบริการต่างๆ)
ประกอบไปด้วย ห้องทำงานช่าง ห้องพักพนักงาน สำนักงาน และห้องเก็บสินค้า

Front reception and showroom (พื้นที่ต้อนรับและจัดแสดงตัวอย่างสินค้า)
ประกอบไปด้วย จุดต้อนรับพร้อมห้องจัดแสดงตัวอย่างสินค้าและจุดชำระค่าบริการ

Rest area (พื้นที่พักคอยของลูกค้า) ประกอบไปด้วย
ห้องพักผ่อนพร้อมห้องน้ำ สามารถมองเห็นการทำงานของแผนกช่างขณะให้บริการ

Cars areas (พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับตัวรถ) ประกอบไปด้วย
ที่จอดรถ จุดจอดรถสำหรับ รถที่รอรับบริการ และจุดให้บริการเปลี่ยนอุปกรณ์ตกแต่งรถ

วางระบบการทำงานของทั้งร้าน ให้เชื่อมต่อกัน
โดยนำประสบการณ์จากสาขาแรกมาปรับเปลี่ยนให้ทำงานได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
พวกเราคิดว่า Design ถ้าโมเดิร์นเกินไป มันจะกลบความเป็นตัวตนของแบรนด์
น่าจะลดความโมเดิร์นลง ใส่ DNA ของความเป็น Imperial Concept เข้าไปให้ชัดเจนขึ้น
4 ชั่วโมงที่พวกเรานั่งโต้เถียงกัน สุดท้ายจึงมาลงตัวด้วยการพบกันครึ่งทาง
เพราะฉะนั้นถ้าคุณได้แวะมาเยี่ยม คุณจะได้เห็นสองสิ่งที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
ภายนอกอาคารบางส่วน เราใช้การเจาะช่องกระจก ตีกริทบางส่วน เพื่อให้อารมณ์แบบ Cubic modular
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายใน เลือกใช้แบบ Vintage เพื่อตอกย้ำ DNA ของเรา
ชั้นวางโชว์สินค้า ยังคงใช้วัสดุเป็นเหล็กเหมือนสาขาแรก แต่ใส่ Design และลูกเล่นที่มากกว่าเดิม
หลังจากนี้เราจะได้เริ่มลงมือก่อสร้าง..กันซะที






หลังจากที่พวกเราสรุปแบบจนเป็นที่เรียบร้อย
ก่อนเริ่มเข้าก่อสร้าง คุณสมจิตร เจ้าของที่ดินแจ้งกับเราว่า
กำลังจะทำการย้าย “ศาลตายาย” มาอยู่ด้านหน้า เพื่อความเป็นสิริมงคล
หลังจากที่ทำการย้ายศาลเรียบร้อย ศาลที่ย้ายใหม่ สวยงามกว่าศาลเดิมมากทีเดียว
ซึ่งน่าจะเป็นสิริมงคลทั้งกับ ร้านอาหารของคุณสมจิตรและ Imperial Concept
ผมคิดว่า..นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ
31-7-2010 เจ้าหน้าที่ก่อสร้าง เข้าทำการเคลียร์พื้นที่และเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางไว้


4-8-2010 เริ่มทำการวางฐานราก
ซึ่งเป็นเรื่องที่เราถกเถียงกันก่อนหน้านี้ว่า จะใช้เป็นโครงเหล็กหรือเทปูนเป็นฐานดี
หลังคำนวนข้อดีและข้อเสีย เลยสรุปตรงกันว่า ใช้การเทฐานปูนน่าจะดีกว่า

14-8-2010 หลังจากวางฐานรากเรียบร้อย
มาถึงขั้นตอนก่อผนังภายใน เราเลือกใช้อิฐมวลเบา เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน
ส่วนผนังรอบนอกอาคาร เราเลือกที่จะใช้อิฐมอญ เพราะเหตุผลในเรื่องของระบบความปลอดภัย
ถ้ามี “แฮคเกอร์” อยากลองของ เจาะระบบของเราเข้ามา ก็จะทำงานได้ยากขึ้น


20-8-10 ห้องถอดโคม
ตรงจุดนี้เรานำประสบการณ์จากสาขาแรกมาใช้
ด้วยการแยกการทำงานเป็นสัดส่วน ระหว่างห้องถอดและห้องพ่นโดยมีช่องส่งโคมไฟระหว่างกัน
ทำให้ระหว่างพ่นสีก็สามารถทำงานถอดโคมไปได้พร้อมๆกัน ทำให้ได้งานที่ส่งให้ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

25-8-10 เริ่มก่อผนังด้านนอก
ตามคอนเซฟท์ Cubic Modular Design

1-9-10 เริ่มงานขึ้นโครงหลังคา
8-9-10 งานฉาบเก็บผนังตัวอาคาร
หลังจากวันนี้เราคงได้เห็นความเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น


12-9-10 ผู้รับเหมานำงานตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์เข้ามาให้ดู
14-9-10 งานฝ้าเริ่มเข้ามาเก็บงาน
งานฝ้าเราแบ่งเป็นสองส่วน ฝั่งที่เป็นยิปซั่มเราจะเว้นไว้เพื่อติดวอลเปเปอร์
ส่วนงานฝ้าอีกฝั่ง เราจะใช้วีว่าบอร์ดขึ้นเป็นฝ้า โดยใช้น๊อตยึด
เป็นเรื่องเศร้าของพวกเรา เพราะวอลเปเปอร์ลายที่พวกเราเลือกใช้ ทางบริษัทนำเข้าไม่เก็บสต๊อกไว้มาก
และพวกเราเลือกที่จะติดวอลเปเปอร์แบบเฉียงผิดมนุษย์มนา ทำให้ต้องใช้วอลเปเปอร์เยอะเป็นพิเศษ
ทำให้ต้องรอสั่งนำเข้ามาอีก 45 วัน สรุปว่าเราจะได้ของประมาณกลางเดือนตุลา แล้วจะเปิดร้านต้นเดือนตุลา
ก็คงต้องเปิดไปก่อน ถ้ามาเห็นผนังและฝ้าเปลือยไว้ ก็อย่าอำกันนะคับ ^_^

15-9-10 งานชั้นเหล็กและประตูเริ่มเข้ามาติดตั้ง


16-9-10 งานกระจกรอบอาคารเริ่มทำการติดตั้ง
วันนี้ผมเข้ามาที่ไซน์งานประมาณ 4 โมงเย็น
รู้สึกว่าพนักงานก่อสร้างแต่ละคนดูไม่มีกระจิตกระใจทำงาน
หน้าตาพวกเขาเซ็งมาก ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงแอบไปถามหัวหน้างาน ก็ได้รับคำตอบว่า
“นายคับ มีคนงานฝันว่าเจ้าที่มาให้เลขเด็ด ก็เลยทุ่มแทงกันทั้งไซน์ สรุป…เละ” 555


5-10-10 ช่างสีเริ่มเข้ามาเก็บงานภายนอก

8-10-10 วันนี้เป็นวันที่ผม..ตั้งใจว่า
กลับมาถึงบ้านแล้วจะรีบกลับมาเขียน Blog ทันที
ผมมีนัดกับเบิร์ด..เมื่อตอนสี่โมงเย็น ที่หน้าไซท์งาน
เพราะผู้รับเหมาแจ้งกับพวกเราว่า จะนำงานเฟอร์นิเจอร์เข้ามาติดตั้ง
ช่วงนี้ ใจผมมันตุ๊มๆต่อมๆอยู่เรื่อย “ตั้งแต่โดนล้วงคองูเขียว..เมื่อครั้งที่แล้ว”
ผมหนักใจมากเมื่อเห็นงานเฟอร์ฯ ตัวอย่าง นึกไม่ออกเลยว่าของจริง หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร
เพราะเห็นตัวอย่างที่ทำออกมาคราวที่แล้ว “ก็ได้แต่อุทานเบาๆ..โอ๊วววว..ฟัก!!”

แต่เมื่อผมมาถึงที่หน้าไซท์แล้ว โอ๊ววว..แม่เจ้า!!
“ผมแทบจะกระโดด..จูบเบิร์ด” แต่ต้องเปลี่ยนใจเพราะกลัว..ลิปสติกของเบิร์ดจะเปื้อน
งานเฟอร์ฯ ทำออกมาได้ดีเกินคาด
เป็นการ Featuring ระหว่างเหล็กกับซีไลน์ (วัสดุที่ใช้ทำเฟอร์) ดูลงตัวกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ

ผมและเบิร์ด..มองหน้ากัน
ซึ่งผมรู้สึกได้ทันทีเลยว่า เบิร์ดคงอยากจะสื่อกับผมว่า “พี่..เราข้ามไปอีกขั้นแล้วนะ”
แต่ที่ผมกลัวที่สุดในตอนนี้ คือกลัวเบิร์ด..จะมากระซิบข้างหู “ผมกลัวมันเอาคืน”
เรา..ยืนอึ้งกันอยู่สักครู่
ผมดันเหลือบไปเห็น แม่เจ้า!! นัยน์ตาของเบิร์ด..เริ่มมีน้ำตาเออล้นด้วยความปิติ
ผมรู้ได้ทันทีว่า “เบิร์ดใช้..มาสคาร่าแบบถูก” เพราะมันเริ่มไหลย้อยเป็นทาง
มันทำให้ผมนึกถึง MV เพลงอกหักกลางสายฝน —— เบิร์ด You Cool Man !!
กลางเดือนนี้…พวกเราคงจะได้อวดโฉมแล้วหล่ะ ^_*
