TAIPEI AMPA 2010
Wednesday, June 23rd, 2010*press F11 for fullscreen/back to normal screen
Location : Taipei
Exbition name : Nangang
Date : april 2010
Post by : www.imperialconcept.net
ที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ เป็นการเขียน blog ครั้งแรกของผม
ดีใจมากคับที่แวะเข้ามาอ่าน พรุ่งนี้ผมกำลังจะเดินทางไปไต้หวัน
เพื่อไปชมงาน Taipei Ampa Show 2010 งานแสดงอุปกรณ์ตกแต่งและอะไหล่รถยนต์
ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนะ แล้วจะมาเล่าให้ฟัง..ตอนกลับมานะคับ
ผมเดินทางถึง Taipei คืนวันอาทิตย์ก่อนงาน 1 วัน
ครั้งนี้ผมเลือกไปพักที่ Keelung ซึ่งเป็นเมืองท่าติดทะเล
สามารถเดินทางไปงานได้ไม่ยาก นั่งรถไฟประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง Taipei
แต่ถ้าเพื่อนๆที่ไม่เคยไป Taiwan แนะนำให้หาที่พักใน Taipei
มีเวลาว่างจะได้ตะลอนเที่ยวใน Taipei ซึ่งมีที่น่าสนใจหลายแห่ง
งาน AMPA จัดที่ Taipei Nangang Exhibition Center การเดินทางไปดูงาน ง่ายมากคับ
นั่ง MRT Wenhu Line (สายสีน้ำตาล)
ไปลงสถานี Taipei Nangang Exhibition Center
อันนี้ถึงหน้างานเรยคับ แต่รถอาจจะวิ่งอ้อมเล็กน้อย แต่สะดวกไม่ต้องไปต่อ
หรือจะนั่ง MRT Bannan Line (สายสีน้ำเงิน)
ลงสถานี Nangang แล้วต่อ Shutter Bus ฟรีไปงาน
เวลาเดินทางมาชมงาน นั่ง MRT Bannan Line (สายสีน้ำเงิน)
ผมว่าสะดวกสุด ไม่วิ่งอ้อม และที่สำคัญสายนี้วิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวดังๆ
เวลาจะเที่ยวใน Taipei ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถใต้ดิน น่าจะได้ใช้สายนี้บ่อยที่สุด
เมื่อถึงงาน ต้องแวะลงทะเบียนก่อนเข้างาน
บัตรสามารถใช้เข้าชมงานได้ทั้ง 3 วัน
งาน AMPA จัดขึ้นเพื่อให้คนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์จากทั่วทุกมุมโลก
มาพบกับผู้ผลิตในไต้หวัน งานนี้จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจด้านนี้ หรือมีความคิดที่จะเข้ามาลุยในธุรกิจนี้
งานนี้อาจจะดูแล้วไม่ค่อยหวือหวาเหมือนงาน Tokyo Auto Salon ที่ญี่ปุ่น
งานนี้จะเน้นการเจรจาธุรกิจมากกว่า แต่ก็มีไอเดียดีๆ หลายอย่างซ่อนอยู่ในงาน

แต่สำหรับคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้ ต้องบอกว่าพลาดไม่ได้
มีเจ้าของโรงงานในเมืองไทยหลายๆคน ก็ไปดูว่าเทคโนโลยีไปกันถึงไหน ไปดูเทรนด์
แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ของตกแต่งง่ายๆ หลายคนเลือกที่จะไปสั่งซื้อที่เมืองจีนมากกว่า
กวางโจว ก็มีงานแสดงสินค้าประมาณนี้ แต่สินค้าคุณภาพอาจจะยังไม่ดีนัก ไว้มีโอกาสผมจะไปหาข้อมูลมาเล่าให้ฟังคับ
ผมได้พูดคุยกับเจ้าของโรงงานผลิตหลายแห่งในไต้หวัน
พวกเขาเล่าให้ผมฟังว่า เดี๋ยวนี้เจ้าของแบรนด์ดังๆในญี่ปุ่นหลายๆแบรนด์
เริ่มเข้ามาติดต่อให้โรงงานในไต้หวันผลิตสินค้าให้ ทั้งเรื่องของต้นทุนและเทคโนโลยี
ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี เขาไปไกลกว่าเรามาก เขามีเครื่องสแกน 3D ที่สามารถสแกนสิ่งของ
แล้วพล๊อตออกมาเป็นแบบให้นำไปผลิตได้ทันที เรียกได้ว่า Copy ได้เพียงเสี้ยวอึดใจอ่ะ เอากับเขาดิ๊!!
Pretty ในงาน ก็มีให้ดูบ้างปะปราย
แต่สู้บ้านเราไม่ได้หรอก บ้านเราแหล่มและแรงกว่าเยอะ
บริษัทนี้ น่าสนใจมาก
เขาสามารถผลิตแบตเตอรี่ HYBRID
เพื่อส่งให้โรงงานประกอบรถบรรทุก
และกำลังพัฒนาสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
เห็นไหมคับ ว่าเทคโนโลยีเขาตามญี่ปุ่นชนิดที่ว่า..หายใจรดต้นคอ
ผมแวะเยี่ยมบู๊ธ Supplyer ของเรา
Eagle Eyes เป็นบริษัทผลิตโคมไฟรถยนต์
ซึ่งผลิตทั้งโคมไฟสำหรับโรงงานประกอบรถยนต์และโคมไฟแต่ง
เป็นบริษัทแรกๆในไต้หวันที่ผลิตโคมไฟรถยนต์ ซึ่งพวกเขามีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี
Eagle Eyes บอกกับผมว่า พวกเขากำลังจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ไต้หวัน
สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดคือ..บริษัทเขาเติบโตขึ้นทุกปี แต่พอหันกับมาดูที่ธุรกิจประดับยนต์บ้านเรา..เฮ้อ
สิ่งที่ผมฝันไว้ในอนาคต ผมอยากเห็นนักธุรกิจไทยที่ทำธุรกิจด้านนี้
ร่วมมือร่วมใจกันมากขึ้น ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนปัจจุบัน
แบบนี้เราสู้กับโลกภายนอกเขาไม่ได้
เรื่องค้าขาย ผมว่าเราไม่เป็นรองนะ เรื่องการดูแลลูกค้าผมว่าเราเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ
เพราะพื้นฐานคนไทยมีใจบริการ แต่สิ่งที่พวกเราขาด คือความไว้ใจซึ่งกันและกัน
ขาดการพัฒนาทักษะ ต่างคนต่างอยู่ เราสู้กันเอง ต่างกับเมืองนอก เขาจับมือกัน
ภาครัฐสนับสนุน อย่างที่ไต้หวันประเทศเขาเล็กกว่าเรามาก
แต่เขาส่งออกไปทั่วโลก นำเงินเข้าประเทศมหาศาล ส่วนภาครัฐของเรา.. อย่าไปพูดถึงดีกว่า!!
วันนึงถ้าเป็นเหมือนที่ผมฝันไว้จริงๆ
วงการประดับยนต์ น่าจะเติบโตขึ้นอีกเยอะ
เวลาเราจะออกไปสู้กับโลกภายนอก เราจะไม่ไปคนเดียวอีกต่อไป
เราจับมือไปด้วยกันทั้งทีม พลังมันมหาศาล ผมคิดว่าในอนาคตมันก็คงต้องไปถึง
แต่อาจจะไปถึง เพราะสถานการณ์ในอนาคตมันบังคับ ให้พวกเราต้องจับมือกัน..เพื่อความอยู่รอด
เพราะทุกวันนี้เรามี FTA เราไม่ไป เขาก็มา แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าวันนี้ทุกคนแค่ลองเปลี่ยน..ทัศนคติใหม่
งานนี้จัดทุกปี
ประมาณว่าถ้าอยากไปดู..ก็อดเล่นสงกรานต์อ่ะ
ปีนี้ดูงานไปก็เสียวไป กลัวปิดสนามบินกันอีก
ถ้าปิดจริง..แล้วตรูจะกลับบ้านยังไงฟ่ะ!!
คราวหน้าผมจะมาเขียนถึง Life Style ในไต้หวันบ้างคับผม ^_^















