Archive for the ‘Toy Story’ Category

Mondial Assistance

Monday, September 19th, 2011

*press F11 for fullscreen/back to normal screen

Location : Pachanukul Bangkok
Date : September 2011
Post by : www.imperialconcept.net

ผมรู้จัก Mondial บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม
จากการติดตั้ง Jimmy Key ซึ่งเขามีแถมมากับสินค้า แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะสมัคร

ผ่านไปสองเดือน รถเกิดมีปัญหา ดับแบบไม่มี Email มาบอกล่วงหน้า
ดีนะที่เกิดเหตุใกล้ Office เลยได้ลูกน้องมาช่วยชีวิต
ถึง Office ผมรีบหยิบใบสมัคร Mondial มากรอกทันทีั อารมณ์ประมาณ “วัวเกือบหายแล้วรีบล้อมคอก”

สวรรค์มีตา ผ่านไป 4 วัน รถป้ายแดง (เมื่อ 12 ปีก่อน) เกิดความร้อนขึ้นกระทันหัน
แบบไม่ยอม Email มาบอกอีกแล้ว ทำให้ผมต้องง่าวอยู่บนทางด่วนเกือบชั่วโมง !!!

ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ทางด่วน มาลากลงไปเก็บ ตรงทางลงประชานุกูล

สิ่งแรกที่ผมคิดถึงนอกจาก “คุณพระคุณเจ้า” ก็คือ Mondial
ผมคิดในใจ “คราวนี้..ตาเมิงหล่ะ” ผมหยิบ iPhone6 กดหา Mondial แบบไม่มีเกรงใจ
หลังรับสาย เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะรีบดำเนินการและติดต่อกลับ

ผมเริ่มจับเวลาการทำงานของพนักงาน ดูซิว่าจะเร็วเหมือนที่คุยเอาไว้หรือป่าว หุหุ
ประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่คนเดิมโทรกลับมาแจ้งว่า รถยกอยู่บริเวณแจ้งวัฒนะ
จะมาถึงภายในไม่เกิน 45 นาที พร้อมแจ้งทะเบียนรถและชื่อพนักงาน

“ผมหยิบนวลนางในรถมาอ่านฆ่าเวลา” แต่ไม่ลืมที่จะดูเวลาตลอด ผ่านไป 2o นาที
เจ้าหน้าที่ขับรถโทรถามถึงจุดที่ผมอยู่ หลังวางสายผมคำนวนแล้วคิดว่าน่าจะอีกสัก 20 นาทีคงจะมาถึง
เลยหยิบคอลัมน์หมอนพพรมาอ่าน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สักพักสายตาผมก็เหลือบไปเห็น อ้าว..มาถึงแล้ว

ตั้งแต่ประสานงานจนรถมาถึงที่เกิดเหตุใช้เวลาไปประมาณ 45 นาที
ผมถือว่าทำเวลาดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้ Mondial ใช้รถสไลด์..มายกรถให้ผม


สมองผมเริ่มทบทวน จากที่แต่ก่อนไม่เคยสนใจ
ผมเริ่มมองเห็นประโยชน์ของบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบนี้ขึ้นมา

ถ้ารถเราเกิดไปเสียในที่เปลี่ยว กว่าจะรอคนมาช่วย
ผมอาจจะโดนลากไปข่มขืน โดยไม่มีทางขัดขืน โอ๊ววว..ไม่นะ

ระหว่างทางผมได้พูดคุยพนักงานทำให้ทราบว่า
Mondial มีรถช่วยเหลือฉุกเฉินประจำในจุดสำคัญทั่วกรุงเทพ

80% ของรถยนต์ป้ายแดง ในบ้านเรา ที่แถมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 3 ปี
Mondial เป็นคนดูแลให้ทั้งหมด ต่างจังหวัดก็มี Partner อีก 900 แห่ง

รู้เยอะจนดูเหมือนเจ้าของ Mondial ไหมหล่ะ 555

ถ้าประกันรถยนต์เปรียบเสมือนประกันชีวิต
Mondial ก็คงเปรียบเสมือนประกันสุขภาพ มันขาดกันไม่ได้
เราชอบคิดกันว่ามันคงไม่เกิดขึ้นหรอกน่า ซื้อไปก็ไม่ได้ใช้ แล้วถ้าฉุกเฉินขึ้นมาหล่ะ จะหาใครมาช่วย
เกิดเหตุแค่ครั้งเดียว ก็คุ้มค่าสมาชิกทั้งปีแล้ว แต่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ ย่อมดีที่สุดใช่มะ ???

บริการตัวนี้เขาลากให้ฟรี 20 กมแรก ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
วันไหนเซ็งๆ ขี้เกียจขับรถ เรียกเขามาลากให้ก็ยังได้เลย แถมบริการช่วยเหลืออย่างอื่นอีกเพียบ

ผมลากจากประชานุกูล มาที่เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา ใช้ไป 16 กม
สรุปครั้งนี้..ฟรีครับ ไม่ต้องนั่งรอลุ้นเหมือน MK งานนี้ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิก โดนไม่ต่ำกว่าสองพันแน่นอน

เจอเหตุการณ์จริงด้วยตัวเองครั้งนี้ ทำให้มองบริการแบบนี้เปลี่ยนไป รู้ได้เลยว่ามีประโยชน์มาก
ทั้งรถเก่าและรถใหม่ สงสัยต้องหาวิธีจัดให้ลูกค้า Imperial Concept ได้ใช้บริการดีๆแบบนี้บ้างแล้วหล่ะ อิอิ

Behind the Scene

Wednesday, July 27th, 2011

                                                                                            *press F11 for fullscreen/back to normal screen

Location : Ramindra Bangkok
Date : July 2011
Post by : www.imperialconcept.net

ห่างหายจากการเขียนบล็อคมาครึี่งปี จากเหตุผลเดิมคือ..อู้
แต่วันนี้ พร้อมกลับมาปฏิบัติภารกิจเช่นเดิม อย่าเพิ่งลืมกันเด๊อ อิอิ

หลังจากที่ Imperial Concept จับมือกับแบรนด์ดังหลายแบรนด์ในญี่ปุ่น
เพื่อเข้ามาบุกตลาดเมืองไทย โดยปรับราคาให้นักแต่งรถชาวไทยจับต้องได้

แบรนด์ Axis Japan http://axis-jp.com/ เป็นแบรนด์แรกที่เราเริ่มทำตลาด สาวก Honda Jazz คงรู้จักกันดี
ผมรู้สึกถูกใจกับการออกแบบไฟท้ายของเขามากๆ มันทำให้ดีไซน์ไฟท้ายเปลี่ยนไปเลย

วันนี้เรามีนัดถ่าย Ad โฆษณาไฟท้ายรุ่นนี้ กับ โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ที่เรานำเข้ามา
บ่ายสองโมง เวลาดีตามฤกษ์ตกฝาก ผมต้องออกไปสำรวจสถานที่อีกรอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด


13.00 น สภาพอากาศยังครึ้ม เนื่องจากมีพายุเข้าตั้งแต่เมื่อวาน
ทีมงานเริ่มใจเสีย เพราะถ้าวันนี้ไม่มีแดด หรือฝนถล่มลงมา ก็เป็นอันว่า..จบเห่ !!!

หนทางเดียวที่จะรอด!!!
พวกเราตัดสินใจโหวตให้ บีม ตากล้องกิตติมศักดิ์ เป็นคนออกไปรำและปักต้นผักบุ๊ง
ตามความเชื่อของ…ชาวเผ่ามายา ว่ามันจะช่วยหยุดฝนได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ !!! ว่าปาฏิหารย์มีจริง
สักพักฟ้าเปิด แดดออกแบบจัดเต็ม ทำให้เราเริ่มทำงานกันได้ซะที

วันนี้เราได้รับเกียรติจากคุณปาล์มและน้องชายจาก HJC นำรถคันสวยมาเป็นนายแบบให้เรา


ผ่านไป 3 ชั่วโมง แดดเจ้ากรรมยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
ทั้งครีมกันแดด ทั้งไวน์เทนนิ่งที่เตรียมมา เริ่มจะรับมือไม่ไหว
ทีมงานเริ่มปรึกษากัน กะว่าจะไปถอนผักบุ๊งมาผัดไฟแดงซะให้เข็ด
เพราะเรายังเหลืออีก 3 โลเกชั่น ที่ต้องถ่ายทำ



อากาศที่ร้อน และแดดที่เอื้อเฟื้อแบบเกินจริงจากชาวเผ่ามายา
ทำให้ทั้งทีมงานและเจ้าของรถเริ่มล้า จนหมดแรงกันไปที่ละคน

กองถ่ายที่ได้ชื่อเหลือเยอะ หรือรวยนั่นเอง “ต้องอวดป๋า”
ด้วยการโทรสั่งไอศครีม สเวนเซ่น มาเลี้ยงกันแบบจัดเต็ม

โลเกชั่นสุดท้าย เราเลือกมาเก็บภาพกันที่ Imperial Concept สาขาเลียบทางด่วน-รามอินทรา


ขาตั้งกล้องจากเยอรมัน ที่ทีมงานซื้อมาเกือบปี
มีโอกาสแสดงแสนยานุภาพในวันนี้ สุโค่ยยย

เสร็จเรียบร้อยไปด้วยความสนุกสนาน
ทั้งเหนื่อยทั้งมันส์ ขอบคุณทีมงานทุกคน คุณปาล์มและน้องชาย
และชาว HJC ที่ส่งรถเข้าประกวด ร่วมสนุกกับเรามากมายหลากหลายคัน

รอชม Print Ad ที่ขอบอกว่า ฝีมือดีไซน์เนอร์ไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก
แอบกระซิบไว้นิดนึงว่า จะทำ Wallpaper ให้โหลดฟรีกันด้วยนะ อิอิ

HID Factory

Friday, December 24th, 2010

                                                                                            *press F11 for fullscreen/back to normal screen

Location : Tokyo Japan
Date : December 2010
Post by : www.imperialconcept.net

กระแสความแรงของไฟซีนอนวันนี้
แรงเกินกว่าที่ผมคิดไว้เมื่อตอนไฟซีนอนเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ
ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากราคาที่ปรับลงมามาก เพราะสินค้าที่ทะลักมาจากจีน
ถูกนำเข้ามาทำตลาดมากมาย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย
มีราคาตั้งแต่ 1,000 กว่าบาท ไปจนถึงเกือบหมื่น คุณภาพที่ออกมาก็อย่างที่เห็นกันอยู่

ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนพาร์ทเนอร์ของเราเมื่อตอนต้นปี
แวะชมกระบวนการผลิต พร้อมทั้งขออนุญาติถ่ายรูปมาฝาก

โรงงานแห่งนี้ เป็นโรงงานที่ผลิตไฟซีนอนให้กับแบรนด์ดังๆหลายแบรนด์
Bellof ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของที่นี่ รวมทั้ง Imperial Concept ด้วยคับ 

หลายคนคงทราบเกี่ยวกับการทำงานของชุดไฟซีนอนกันมาพอสมควร
แต่วันนี้ผมเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตหลอดไฟซีนอนมาฝากคับ

มาดูกันนะคับว่า กว่าจะได้หลอดซีนอนออกมาใช้งาน ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง

 1.Forming   
    เริ่มต้นขั้นตอนแรก ต้องใช้เครื่องเป่าความร้อน เป่าหลอดแก้วให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ
    ซึ่งหลอดแก้วนี้ เอาไว้เพื่อบรรจุก๊าซซีนอน


2.Mount ass’y
   เมื่อได้หลอดแก้วตามขนาด ก็จะทำการประกอบ ทังสเตน เข้ากับหลอดแก้ว 
   หน้าที่ของทังสเตนคือเป็นตัวนำประจุไฟฟ้า (ARC) หรือการจุดก๊าซซีนอนให้เกิดความสว่าง 
   ซึ่งต้องใช้ความร้อนอย่างต่ำ 20000 โวลล์ ในการจุดแต่ละครั้ง
   ขั้นตอนนี้ต้องเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น ถึงจะได้หลอดซีนอนที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

3. First sealing 
    เมื่อประกอบทังสเตนเข้ากับหลอดแล้ว จะใช้ความร้อน seal ปิดด้านล่างของกระเปาะหลอด

4. Heat treatment
     หลังจากนั้นจะใช้เครื่องอบความร้อนสูง
     อบเพื่อดูดสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น ตะกอน ที่ตกค้าง ออกให้หมด
     ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุเม็ดสี (pill)

5.Glove box work
   ติดตั้งเม็ด  PILL ลงในหลอดแก้วที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
   PILL เป็นเม็ดปิโตเคมีคอล ทำหน้าที่ให้เกิดสีโดยใช้ความร้อน
   อย่างที่เราคุ้นกันดีว่า 6000k, 8000k นั่นคือค่าสี (Kevin) ไม่ใช่ค่าความสว่าง
   ซึ่งหลายคนจะเข้าใจผิดว่ายิ่งค่า K สูง จะยิ่งสว่าง จริงๆแล้วไม่ใช่นะคับ
   ยิ่งค่า K สูงขึ้น สีก็จะเข้มขึ้น ความสว่างก็จะลดลง

6.Exhaust
   พระเอกของเราคับ ก๊าซซีนอน ซึ่งทำหน้าที่ให้ความสว่าง
   ขั้นตอนนี้คือการบรรจุก๊าซซีนอน เข้าไปในส่วนของกระเปาะของหลอดแก้วที่เตรียมไว้

7.Second sealing 
   เมื่อบรรจุก๊าซซีนอนเรียบร้อย
   ต้องทำการ Seal บริเวณกระเปาะแก้วด้านบน เพื่อบังคับให้ก๊าซซีนอนเปล่งแสงในจุดที่กำหนด

8.Outer cover
   เมื่อได้หลอดที่บรรจุก๊าซซีนอนที่สมบูรณ์ ต่อไปต้องนำมาประกอบฐานและขั้วของหลอด
   ขั้วหลอดมีไว้เพื่อติดตั้งเข้ากับโคมไฟของรถแต่ละรุ่น ซึ่งมีหลากหลาย เช่น H4, H7 เป็นต้น
   แต่สำหรับที่นี่ เขาออกแบบนวัตกรรมใหม่ คือ ซีนอนที่สามารถเปลี่ยนขั้วได้ โดยใช้หลอดเดิม
   เหมาะสำหรับกรณีที่เราจะนำซีนอนไปใช้กับรถคันอื่น เจ๋งว่ะ!!!! 

9.Againg life test 
   เขาจะสุ่มเลือกหลอด ในล๊อตการผลิต มาทำการทดสอบ เพื่อบันทึกอายุการใช้งานของหลอดแต่ล๊อต
   ผมชอบขั้นตอนนี้มาก เพราะมีโอกาสได้พูดคุยกับวิศวกรที่เขาออกแบบเครื่องทดสอบนี้ขึ้นมา
   เขารู้ลึกจริงๆ เขารู้ถึงวงจรชีวิตของหลอดซีนอน เหมือนยุงเรยอ่ะ  
   เขารู้ว่าจะต้องทดสอบอย่างไร ถึงได้ค่าที่แน่นอน
   ยกนิ้วให้คับ สมแล้วที่แบรนด์ดังๆทั่วโลก ไว้วางใจให้เขาผลิตสินค้าให้

10.Lumen & Kevin test
     ตอนนี้เป็นการทดสอบความสว่าง และค่าสีที่ได้ เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่

11.Assembly line
    ทำการประกอบสายไฟ และนำมาคัดแยกสี พร้อมตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งออกจำหน่ายทั่วโลก

สำหรับผมการเดินทางครั้งนี้ ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก
ก็ได้แต่นั่งคิดเล่นๆว่าเมื่อไหร่ บ้านเราจะมีเทคโนโลยีที่ดีๆแบบนี้บ้าง
แทนที่เราจะนำเข้า เราส่งออกไปให้พวกเขาใช้บ้าง ก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นไปได้ในอนาคต

ผมคิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านนะคับ
ไว้มีโอกาสไปเจออะไรที่ดีๆ จะนำมาเล่าให้ฟังอีกนะคับ..จุ๊บ..จุ๊บ

เครื่องตั้งไฟหน้า

Sunday, July 4th, 2010

                                                                                                                         *press F11 for fullscreen/back to normal screen

Location : Tokyo Japan
Date : march 2007
Post by : www.imperialconcept.net

ผมมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว
ได้ไปตะเวนดู Shop แต่งรถหลายๆแห่ง ทั้งใน Tokyo และ Osaka 
ตั้งใจไปดูไอเดียและวิธีการทำงานของพวกเขา คิดว่าถ้ามีอะไรดีๆ ก็จะนำมาปรับปรุงบริษัทของเรา

ผมไปเจอเจ้าเครื่องตั้งไฟหน้าเครื่องนี้ที่ Tokyo ผมเห็นครั้งแรกก็รู้สึกว่า ” เฮ๊ยย..เจ๋งดีว่ะ!! ”
ผมถามเขาว่าเครื่องนี้มันช่วยอะไรได้ ที่เมืองไทยเวลาเราตั้งไฟ เราก็ยิงเข้ากำแพงก็ตั้งและใช้งานได้ดีนี่

เขาตอบผมว่า การทำงานแบบนั้นต้องใช้ประสบการณ์ของช่าง ทำให้เกิดโอกาสผิดพลาดสูง
และช่างแต่ละคนก็มีมาตรฐานที่ต่างกัน ถ้าช่างที่เข้ามาทำงานใหม่กว่าจะตั้งไฟเป็นก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกพอสมควร
แต่ถ้ามีเจ้าเครื่องนี้ ช่างทุกคนสามารถตั้งไฟได้มาตรฐานเดียวกันหมด

ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันมีประโยชน์มาก ทั้งกับลูกค้าของเรา
และการทำงานของแผนกช่าง ก็จะรวดเร็วและแม่นยำ ผมคิดในใจว่า ต้องหามาใช้ให้ได้

ทันทีที่กับถึงเมืองไทย ผมเริ่มหาข้อมูลว่าจะสั่งเจ้านี่ได้ที่ไหน
ถามพรรคพวกที่เมืองไทย แทบไม่มีใครรู้จักหรือเคยใช้เจ้าเครื่องนี้เรย ความปวดหัวเริ่มมาเยือน

ผมใช้เวลาค้นหาข้อมูล สืบเสาะ 1 ปีเต็ม
จนได้ข้อมูลว่า มีบริษัทที่อิตาลี เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเจ้าเครื่องตัวนี้
ในบ้านเรายังไม่มีใครใช้เรย ก็ต้องหาทางติดต่อ จนได้เจ้าตัวนี้มาใช้งานสมใจ

หลังจากได้ทดลองใช้ ก็รู้ทันทีว่ามันมีประโยชน์มาก
เราสามารถตั้งไฟหน้าให้ได้เหมือนตอนออกรถมาใหม่ ถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล (UNECE)

ที่สำคัญตอนนี้บ้านเรา จะมีปัญหากันมากสำหรับรถที่มาติดตั้งซีนอน (H.I.D) เพิ่มเติม
แสงที่ออกมามันจะไปแยงตารถคันอื่น เนื่องจากโคมไฟเหล่านั้นไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับไฟซีนอน (H.I.D)

ตัวจานฉาย  (Reflector) หรือตัวบังคับทิศทางของแสง เขาออกแบบมาให้ใช้กับหลอดฮาโลเจน (Halogen) เท่านั้น
พอเราเปลี่ยนไปใช้ ซีนอน (H.I.D) ทำให้ตัวโคมไฟไม่สามารถควบคุมการตกกระทบของแสงได้ แสงหลุดออกจากเส้นคัทออฟ
จึงทำให้แสงจากรถเราไปรบกวนรถคันอื่น

แต่เครื่องตั้งไฟหน้า จะช่วยให้เรารู้มุมตกกระทบของแสง รู้ระยะเส้นคัทออฟ
เราสามารถตั้งให้แสงไฟที่ออกมารบกวนรถคันอื่นให้น้อยที่สุด โดยที่เราไม่ต้องเดาอีกต่อไป

>>>>> ใช้ท้องถนนร่วมกัน การเอื้ออาทรต่อกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคับ <<<<<

UNSEEN TAIWAN 2010

Friday, June 25th, 2010